
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 เผยให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยตลาดบ้านเดี่ยวยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนมากขึ้น
ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารสูง
ตลาดบ้านเดี่ยว: ความต้องการยังคงแข็งแกร่ง
ตลอดปี 2568 ตลาดบ้านเดี่ยวยังคงเป็นเซกเมนต์ที่แข็งแกร่งและได้รับความต้องการอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ปัจจัยหลักที่สนับสนุนแนวโน้มนี้ ได้แก่:
- ความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น: การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ที่ยังคงเป็นรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นสำหรับหลายองค์กร ทำให้ผู้บริโภคมองหาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เพื่อรองรับการทำงานและการพักผ่อนอย่างลงตัว
- ความสำคัญของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย: ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งบ้านเดี่ยวตอบโจทย์ในด้านนี้ได้ดีกว่า
- ความกังวลเกี่ยวกับอาคารสูงหลังแผ่นดินไหว: ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุด ความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารสูง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนหันมาให้ความสนใจกับบ้านแนวราบมากขึ้น
- การขยายตัวของครอบครัว: การเติบโตของครอบครัวใหม่และความต้องการพื้นที่สำหรับสมาชิกทุกคนยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว
- โครงการบ้านเดี่ยวในทำเลชานเมืองและปริมณฑล: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวในทำเลที่มีศักยภาพและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้ตลาดมีความคึกคัก
อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านเดี่ยวในบางทำเลที่มีความต้องการสูงยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม
ตลาดคอนโดมิเนียม: เผชิญความท้าทายและความไม่แน่นอน
ตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2568 เผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนมากขึ้น ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในหลายพื้นที่ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความนิยมของคอนโดมิเนียม ได้แก่: - ความกังวลด้านความปลอดภัย: เหตุการณ์แผ่นดินไหวได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารสูง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเก่าหรือโครงการที่ไม่ได้มาตรฐานการก่อสร้างที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว
- ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป: ผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม และหันไปพิจารณาบ้านแนวราบที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยน้อยกว่า
- ผลกระทบต่อราคา: ความเชื่อมั่นที่ลดลงอาจส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียมในบางทำเล โดยเฉพาะโครงการที่ผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง
- การชะลอตัวของโครงการใหม่: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจชะลอการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ หรือทบทวนการออกแบบและมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการ
อย่างไรก็ตาม คอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ มีมาตรฐานการก่อสร้างสูง และมีการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อาจยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกในเมือง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ:
นายธนากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ABC จำกัด กล่าวว่า “เหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดคอนโดมิเนียมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานการก่อสร้างมากขึ้น ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อด้วยความโปร่งใสในการตรวจสอบโครงสร้างและการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ในขณะที่ตลาดบ้านเดี่ยวจะยังคงได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยในระยะยาว”
แนวโน้มในอนาคต:
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 จะมีความผันผวน โดยตลาดบ้านเดี่ยวจะยังคงมีความแข็งแกร่ง ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ผู้ซื้อและนักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร และเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์จากผู้พัฒนาที่มีความน่าเชื่อถือ