
Intel ประกาศเลื่อนแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตชิปในรัฐโอไฮโอออกไป โดยจากเดิมที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในปี 2025 ขณะนี้ถูกขยายไปเป็นปี 2030 สำหรับโรงงานแห่งแรก และปี 2032 สำหรับโรงงานที่สอง โดยสาเหตุหลักมาจากภาวะตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้น
ปัจจัยหลักที่ทำให้ Intel ต้องชะลอโครงการ
ความต้องการชิปลดลง – หลังจากช่วงโควิดที่ดีมานด์พุ่งสูงขึ้นจากการทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์ ปัจจุบันตลาดพีซีและเซิร์ฟเวอร์อยู่ในช่วงซบเซา ทำให้ Intel ต้องชะลอการลงทุนเพื่อรอให้ตลาดฟื้นตัว
เศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยสูง – ต้นทุนการก่อสร้างโรงงานเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้การลงทุนขนาดใหญ่ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น
เงินสนับสนุนจาก CHIPS Act ล่าช้า – Intel คาดหวังเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ CHIPS Act เพื่อสนับสนุนการผลิตชิปในประเทศ แต่การจัดสรรเงินทุนยังไม่เป็นไปตามแผน ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
Intel พลาดอะไร?
Intel เผชิญกับทั้งปัญหาการคาดการณ์ผิดพลาดและการตามไม่ทันคู่แข่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทสูญเสียความได้เปรียบทางเทคโนโลยีให้กับผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง TSMC และ Samsung ซึ่งสามารถผลิตชิปขนาด 3 นาโนเมตรได้แล้ว ในขณะที่ Intel ยังพยายามไล่ตามให้ทันภายในปี 2025
นอกจากนี้ ตลาด AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ NVIDIA และ AMD ได้เปรียบในการพัฒนาชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์และการประมวลผล AI ขณะที่ Intel ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่
อนาคตของ Intel และโครงการโรงงานในโอไฮโอ
แม้ว่าโครงการนี้จะถูกเลื่อนออกไป แต่ Intel ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างโรงงานผลิตชิปในสหรัฐฯ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง บริษัทเชื่อว่าหากความต้องการชิปกลับมาสูงขึ้น โครงการอาจถูกเร่งให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม Intel ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและปรับกลยุทธ์ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้