รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ล่าสุด

สถานการณ์ ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 ณ เวลา 08.00 น.

ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย รวมสะสม 32 ราย
ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วย เข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 689 ราย คัดกรองจากสนามบิน 51 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 638 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 334 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 355 ราย

สถานการณ์ทั่วโลกใน 26 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม– 9 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยัน
ติดเชื้อจำนวน 40,553 ราย เสียชีวิต 909 ราย ส่วนประเทศจีน พบผู้ป่วย 40,171 ราย เสียชีวิต 907 ราย ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” งดแชร์ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ และมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ

แนะประชาชน หมั่นล้างมือร่วมกับสวมหน้ากากอนามัย ป้องกันโรคติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
กระทรวงสาธารณสุข เผยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ทางละอองฝอยน้ำลาย จากการไอ จาม
แนะประชาชนสวมหน้ากากอนามัยร่วมกับหมั่นล้างมือ ช่วยลดความเสี่ยงรับเชื้อเข้าร่างกายได้


นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป
กรมควบคุมโรค และรศ.พิเศษ นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค ร่วมแถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019
นพ.โสภณ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงเน้นการเฝ้าระวัง คัดกรองนักท่องเที่ยว ผู้ทำงานใกล้ชิดนักท่องเที่ยว และผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปในวงกว้าง ในส่วนของประชาชนทั่วไป อาจมีข้อกังวลเรื่องการป้องกันตนเองให้ปลอดภัย

ซึ่งการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ผ่านละอองเสมหะ (respiratory droplets) เป็นหลัก ซึ่งผู้รับเชื้อต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ไอจามในระยะ 1 – 2 เมตร และต้องสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ เข้าร่างกายผ่านทางเยื่อเมือก จากการนำเชื้อเข้าทางปาก ตา จมูก